บริการจัดการอาคาร: การดูแลรักษาอาคารโดยการป้องกันกำจัดปลวกและทาสีอาคาร

บริการจัดการอาคาร: การดูแลรักษาอาคารโดยการป้องกันกำจัดปลวกและทาสีอาคาร ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยจะอยู่ในช่วงตกต่ำ เนื่องมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในเวลาเดียวกัน แต่การก่อสร้างอาคารที่ทำการและบ้านพักอาศัย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ก็ยังถือเป็นความจำเป็นที่ยังต้องมีการดำเนินการ และเนื่องจากความจำกัดของงบประมาณในช่วงนี้ ทำให้เราต้องหาทางใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นเมื่อมีการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารขนาดใหญ่หรือบ้านพักขนาดเล็ก ก็ต้องมีการระวังรักษาเพื่อให้มีอายุการใช้งานให้ยืนยาวคุ้มกับค่าก่อสร้างที่เสียไป

เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ทำให้เกิดปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลทำให้อาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ มีอายุการใช้งานสั้นลงไม่ว่าจะเป็นความชื้นของอาคารและพื้นดินเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลวก ซึ่งเป็นศัตรูทำลายไม้ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ หรือความแตกต่างของอุณหภูมิ ความชื้นต่าง ๆ ทำให้ผนังของอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ถ้าเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนก็เกิดการแตกร้าว ความแห้งแล้งของอากาศในฤดูร้อน ฝุ่นผงต่าง ๆ ก็ทำให้ผิวผนังอาคารเกิดการสึกกร่อน เนื่องจากการขัดสีของฝุ่นผงนั้น ๆ ครั้นเมื่อถึงฤดูฝนเกิดความชื้นของบรรยากาศมาก ผนังของอาคารที่ผิวหน้าสึกกร่อน ก็จะดูดความชื้นไว้ได้ง่าย ทำให้เกิดความชื้นสะสมก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ตลอดมา ดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้อาคารต่าง ๆ ทั้งของส่วนราชการหรือบ้านพักส่วนตัวต้องเกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร จึงควรหาทางดูแลป้องกันไว้ก่อน ในบทความนี้จะกล่าวถึงการป้องกันดูแลอาคารในหลักใหญ่ ๆ คือ การป้องกันทำลายปลวก และการใช้สีเพื่อรักษาและให้อาคารสิ่งก่อสร้างมีอายุการใช้งานคงทนไม่หมดอายุการใช้งานก่อนเวลาอันควร

การป้องกันกำจัดปลวก

ปลวกเป็นแมลงที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ลำตัวอ่อนนุ่ม มีสีขาวและสีน้ำตาล รูปร่างลักษณะภายนอกคล้ายกับพวกมด ปลวกมีชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษว่า White antมีความเป็นอยู่แบบสังคม โดยจะรวมเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ปลวกมีการจัดระบบงานกันเป็นอย่างดีโดยตัวของมันเอง และแบ่งแยกหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน รังปลวกที่สร้างขึ้น มักอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างน้อยและมีความชื้น อาหารของปลวกส่วนมากคือ เนื้อไม้ หรือเซลลูโลส ปลวกเป็นแมลงที่อยู่กันเป็นสังคมแบ่งแยกวรรณะและหน้าที่กันทำงานโดยอาจแบ่งได้ดังนี้.-

ปลวกสืบพันธุ์ คือ ปลวกตัวผู้และตัวเมีย มีปีก มีเพศ ตัวแมลงทั่วไปหรือเรียกว่า ราชาปลวก และนางพญาปลวก มีหน้าที่ขยายพันธุ์ออกไข่เพื่อสร้างอาณาจักรใหม่

ปลวกงาน คือ ปลวกตัวเล็กไม่มีปีก ไม่มีเพศ ไม่มีตา อาศัยอยู่ในดินและเนื้อไม้ที่มีกัดแทะ มีหน้าที่สร้างรังและหาอาหารมาเลี้ยงปลวกวรรณะอื่น

ปลวกทหาร คือ ปลวกตัวเล็กแต่มีหัวโต มีขากรรไกรขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการต่อสู้ ไม่มีปีก ไม่มีเพศ ไม่มีตา มีหน้าที่ป้องกันอันตรายจากศัตรูที่บุกรุก

วงจรชีวิตปลวก

ปลวกเป็นสัตว์ที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม มีจำนวนมาก ดังนั้นจึงก่อให้เกิดการทำลายค่อนข้างสูงและรวดเร็ว ซึ่งลักษณะการทำลายของปลวกแบ่งได้ ดังนี้.-

ปลวกสร้างรังอาศัยอยู่ในดิน จะสร้างท่อหรืออุโมงค์ซึ่งทำด้วยดิน จากท่อดังกล่าว ปลวกจะไต่ไปตามผิววัตถุต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีผิวสัมผัสที่หยาบจะสามารถไปได้ดี แต่พื้นที่ที่มีผิวขัดมันลื่นปลวกจะเดินไปค่อนข้างยาก ดังนั้นสิ่งที่ควรระวังอย่างยิ่งคือ รอยแตก หรือ ช่องว่างจะเป็นทางเดินอย่างดีของพวกปลวก เพราะเป็นที่มืดและลึกลงไปจากผิวสัมผัส

ปลวกสร้างรังอาศัยในเนื้อไม้ โดยธรรมชาติของปลวกพวกนี้จะอยู่ในที่มีแสงสว่างน้อยและที่ที่นิ่ง ไม่มีการสั่นสะเทือน เช่น ตามโครงหลังคา ห้องเก็บของ เป็นต้น ปลวกจะเจาะรูเข้าไปและคว้านเข้าไปข้างในให้เป็นโพรง แต่ไม่กินที่ผิว การทำลายของปลวกจะสังเกตได้จากการถ่ายมูลซึ่งมีลักษณะคล้ายขี้เลื่อยกองอยู่บนพื้นเป็นผงละเอียด การทดสอบไม้ที่สงสัยว่าโดนปลวกทำลายทำได้โดยการใช้ค้อนเคาะไม้บริเวณนั้น ถ้าไม้มีเสียงทึบก็แสดงว่ายังไม่ถูกปลวกเข้าทำลาย แต่ถ้าท่อนใดเคาะแล้วมีเสียงดังกังวานอันเนื่องมาจากข้างในเป็นโพรงก็แสดงว่า ถูกปลวกทำลายแล้ว ควรจัดการกับปลวกเหล่านั้นทันที

การป้องกันปลวก

อาคารบ้านเรือนและที่อยู่อาศัยทุกที่ มีโอกาสถูกบรรดาปลวกเข้าทำลายได้ทุกขณะ ดังนั้นจึงต้องหาทางป้องกันและกำจัดปลวกซึ่งในการกำจัดปลวกโดยทั่วไป สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือ การตรวจหาแหล่งของปลวกก่อนการกำจัด ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธี ดังนี้.-

· เครื่องมือตรวจก๊าซมีเทน ซึ่งบริเวณที่มีปลวกอยู่จะมีกลิ่นก๊าซมีเทน ซึ่งเกิดจากกระบวนการ

ย่อยสลายของซากพืชและขยะในที่ชื้นแฉะ ทำให้ทราบที่อยู่ของปลวกได้

· เครื่องมือส่องดูปลวก เครื่องมือนี้คล้ายกับกล้องจุลทรรศน์ สามารถส่องเข้าไปในโพรงไม้ใต้

ดินเพื่อตรวจหาปลวก

· เครื่องฟังเสียง ประกอบด้วย Sensor ชนิดแบน มีแผ่นกรองเสียงอยู่ด้านใน การเคลื่อนไหว

ของปลวกจำนวนมากจะทำให้เกิดเสียงซู่ซ่าคล้ายน้ำไหล

และยังมีวิธีอื่น ๆ อีก อาทิเช่น การใช้หูฟังของแพทย์ การใช้สุนัขดมกลิ่น ฯลฯ

เมื่อเรารู้แหล่งของปลวกแล้ว ก็มาถึงการกำจัดปลวกโดยการใช้สารเคมี หรือวิธีการใหม่ ๆ ในการกำจัดปลวกแบบไร้สารพิษ สำหรับการใช้สารเคมีซึ่งสารเคมีจะติดตามตัวปลวกที่มีหน้าที่หาอาหารจากภายนอกรังไปเลี้ยงปลวกทั้งรัง เมื่อปลวกกลับเข้าไปในรังก็จะเลียทำความสะอาดซึ่งกันและกันจึงทำให้ปลวกภายในรังตายเป็นจำนวนมาก

สารเคมีที่ใช้กำจัดปลวกในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น

Chlorinated Hydrocarbon ใช้ได้ผลดีมากแต่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันประเทศไทยเลิกใช้ตัวยานี้แล้ว เช่น พวก DDT ต่าง ๆ

Organo Phosphate ปัจจุบันยังคงมีใช้อยู่ แต่มีกลิ่นค่อนข้างแรง มีพิษต่อสิ่งแวดล้อมในระยะสั้น เช่น Chlorpyrifos ฯลฯ

Synthetic Pyrethroids มีประสิทธิภาพในการใช้ได้ดี เป็นสารสกัดจากพืชไม่มีกลิ่นรบกวนผู้ใช้ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เช่น Alpha Cypermathrin, Bifenthrin ฯลฯ

Imidachorphit มีประสิทธิภาพสูง ใช้ป้องกันทำลายปลวกได้ดีมาก มีความปลอดภัยสูงแต่มีราคาค่อนข้างแพง เช่น Fipronil ฯลฯ

นอกจากการใช้สารเคมีแล้ว ปัจจุบันโลกได้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้สารเคมีต่อสิ่งแวดล้อมจึงได้มีการค้นหาการป้องกันและกำจัดปลวก โดยวิธีที่ปราศจากมลพิษ และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ได้ใช้หลาย ๆ วิธีในการปราบหรือป้องกันปลวก เช่น

การใช้ความร้อน ที่ได้จากการเผาไหม้ของก๊าซ Propene ผ่านเข้าเครื่องทำลายความร้อนแล้วผ่านทางท่อไปรมแมลงและปลวก จะต้องทำการคลุมอาคารให้มิดชิดด้วยพลาสติกหนา เมื่อความร้อนสะสมอยู่ในแผ่นพลาสติกสูงถึง 52๐ซ เข้าทางประตูหน้าต่างของอาคารที่ได้เปิดทิ้งไว้ ปลวกและแมลงต่าง ๆ ก็จะตายหมด

การใช้ตาข่ายมุ้งลวด โดยการใช้ตาข่ายพิเศษที่อ่อนตัวได้ดี และลวดไม่เป็นสนิม (Stainless Steel) ที่มีคุณภาพสูงขนาด 0.18 มม. ช่องตาข่ายมีขนาด 0.45 x 0.66 มม.2 ซึ่งขนาดช่องตาข่ายเล็กกว่าหัวของปลวก ปลวกจึงไม่สามารถกัดกินและผ่านทะลุได้ การใช้ตาข่ายมุ้งลวดปูตลอดทั่วทั้งฐานรากของอาคารหรือปิดรอยต่อของคานคอดินกับพื้นชั้นล่างจะสามารถป้องกันปลวกใต้ดินได้ดี

การใช้ฮอร์โมน โดยใช้ฮอร์โมน Methoprene ซึ่งมีคุณสมบัติในการเร่งการเจริญเติบโตของปลวก สามารถเปลี่ยนปลวกงานเป็นปลวกทหารได้ ทำให้ในรังปลวกขาดแคลนปลวกงานที่จะต้องหาอาหารเลี้ยงดูปลวกทั้งรัง เหลือแต่ปลวกทหารที่ทำหน้าที่ป้องกันจากศัตรูต่าง ๆ ปลวกทหารไม่สามารถสร้างอาหารได้ ปลวกจะตายหมดในเวลาไม่นาน

การใช้หินอัคนีป้องกันปลวก หินอัคนี (Bassalt) เป็นหินที่มีเนื้อละเอียด มีความแข็งแรงและมีน้ำหนัก ในประเทศไทยพบมากในภาคอีสาน วิธีใช้หินอัคนีในการป้องกันปลวก โดยใช้หินอัคนีขนาด 1.7 มม., 2.8 มม. เทในบริเวณพื้นฐานของอาคารที่จะก่อสร้าง บดอัดแน่นหนา 0.10, 0.15 เมตร โดยหินอัคนีจะมีคุณสมบัติในการป้องกันปลวกคือ

· มีความแข็งเกินความสามารถที่ปลวกจะกัดทำลายได้

· มีขนาดใหญ่พอเหมาะและมีน้ำหนักเกินที่ปลวกจะขนไปสร้างรังหรือทำทางเดิน

· การบดอัดแน่น จะทำให้ขนาดช่องว่างของก้อนกรวดเล็กจนปลวกไม่สามารถเดินทะลุผ่านได้

ปัญหาเรื่องปลวกทำลายอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินต่าง ๆ เป็นปัญหามานานส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งในด้านการปราบและการสั่งซื้อสารเคมี วิธีการป้องกันและกำจัดปลวกมีมากมายหลายวิธีตามที่กล่าวมาแล้วขอให้ผู้อ่านได้เลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับอาคารบ้านเรือนของท่าน เพื่อให้การป้องกันกำจัดปลวกให้ได้ผลดีและปลอดภัยต่อตัวท่านเองและสภาพแวดล้อม

การทาสีอาคาร

อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารผนังก่ออิฐฉาบปูนผนังไม้หรือส่วนประกอบของอาคาร เช่นโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ วงกบประตูหน้าต่างถ้าปราศจากสารเคลือบผิว (สี) เป็นสิ่งป้องกันอยู่ชั้นนอกสุดแล้ว ความชำรุดเสียหายของผนังอาคารก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความชื้นของผนังก่ออิฐ การผุเปื่อยของส่วนประกอบที่เป็นไม้ การผุกร่อนเนื่องจากสนิมของส่วนประกอบที่เป็นเหล็ก นอกจากช่วยป้องกันและเพิ่มความคงทนถาวร ยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สร้างบรรยากาศตามที่ต้องการ เป็นการสนองตอบวัตถุประสงค์ของอาคารสิ่งก่อสร้างนั้น ๆ

สีเป็นสารเคลือบผิว (Surface Coatings) ประเภทหนึ่งมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานอยู่ ๒ ประการ คือ

· เพื่อป้องกันพื้นผิววัตถุจากมลภาวะต่าง ๆ สารเคลือบผิวจะช่วยให้ผิวหน้าของวัตถุที่ถูกเคลือบ

มีความทนทานต่ออากาศ น้ำ และสารเคมีต่าง ๆ นอกจากนี้สารเคลือบผิวยังช่วยให้ผิวหน้าของวัตถุ มีความแข็งแรงทนทานต่อการขัดสีได้มากขึ้น และอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เช่น การใช้สีทาไม้ เพื่อป้องกันการผุพังของไม้อันเนื่องมาจากความชื้น สารเคลือบผิวบางประเภทใช้ทาผิวหน้าที่มีรูพรุน เช่น ผนัง คสล. ฯลฯ เพื่อช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

· เพื่อตกแต่งให้แลดูสวยงาม ความสวยงามของวัสดุหลังการเคลือบผิวหน้าด้วยสารเคลือบผิว อาจมาจากสี (Colour) จากความเงา (Gloss) จากลวดลายตกแต่ง (Texture) หรือจากความสว่าง (Lighting) หรือจากทั้งหมดรวมกัน สีของผิวหน้าที่มีผลต่อการสะท้อนแสงของผิวหน้านั้น ๆ สีขาวจะสะท้อนแสงได้สูงสุด และสีดำจะสะท้อนแสงได้ต่ำสุด

นอกจากสีแล้ว ยังมีสารเคลือบผิวอีก ๒ ประเภท ที่ใช้ในการก่อสร้าง คือ น้ำมันวาร์นิช (Varnish) และแลคเกอร์ (Lacquer)

ส่วนประกอบของสี

· ผงสี ( Pigment ) เป็นสารที่ให้สีและมีความสามารถในการปิดบังผิวหน้า ผงสีอาจเป็นสารประกอบอินทรีย์ หรือ อนินทรีย์ก็ได้

· สารยืด ( Binder ) คือสารที่ทำหน้าที่ที่ยึดประสานอนุภาคของสารประกอบในสีเข้าไว้ด้วยกัน ให้เกิดเป็นฟิล์มของสีติดแน่นกับพื้นผิวที่ถูกเคลือบ เช่น น้ำมันแห้งเร็ว เรซินต่าง ๆ เป็นต้น

· ตัวทำลาย ( Solvent ) มีหน้าที่ช่วยปรับความหนืดของสี เพื่อสะดวกต่อการใช้งานตัวทำลาย ส่วนใหญ่เป็นสารอินทรีย์

· สารเติมแต่ง ( Additives ) เป็นสารที่เติมลงไปในสีเพียงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้มีคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ทำให้สีแห้งเร็วขึ้น ทำให้สีไม่ขึ้นรา เป็นต้น

การใช้สีในการป้องกันรักษาอาคาร ควรคำนึงถึงสภาพของอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่จะใช้สีเป็นสารเคลือบผิว เพื่อจะให้เกิดประโยชน์ได้เต็มที่ปัจจัยต่าง ๆ มี ดังนี้.-

· ความสะอาด ผิวหน้าของวัสดุก่อนทาสีต้องสะอาด ปราศจากฝุ่นและคราบไขมัน เพราะถ้ามีฝุ่นผงติดอยู่ จะทำให้ฟิล์มที่ได้จากทาสีมีแรงยึดกับผิวหน้าต่ำ

· ปริมาณความชื้น ผิวหน้าของวัสดุต้องแห้งสนิทถ้าผิวหน้าวัสดุมีน้ำหลงเหลืออยู่จะทำให้เกิดการพอง การล่อนเป็นเกล็ดได้

· ความพรุน วัสดุที่มีผิวหน้าเป็นรูพรุน จะดูดสารยืดเข้าไปไว้ที่บริเวณรูพรุน ซึ่งจะทำให้ความเงาและสีของฟิล์มหลังจากการทาไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข คือการใช้สีรองพื้นที่ทำจากสารยืดที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงเคลือบผิวหน้าวัสดุก่อน

· สภาพด่าง ผนังก่ออิฐฉาบปูน ผนัง คสล. ใหม่ ๆ จะมีสภาพด่างสูง ซึ่งจะต้องใช้เวลานานประมาณ ๑ เดือน ในการที่จะลดสภาพด่างของพื้นผิว ซึ่งอาจแก้ปัญหาได้โดย

– เคลือบพื้นผิววัสดุเหล่านี้บาง ๆ ก่อนทาสีด้วยสารกันซึมที่ไม่มีฤทธิ์เป็นด่าง

– ทำสภาพพื้นผิววัตถุเหล่านี้ ให้เป็นกลาง โดยการใช้สารละลายซิงก์-ฟอสเฟส บางครั้งอาจใช้กรดไฮโดรคลอริกก็ได้

– เลือกใช้สีที่ประกอบด้วย สารยืดและผงสีที่ทนด่าง

สี นอกจากช่วยป้องกันและเพิ่มความคงทนถาวร ยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สร้างบรรยากาศตามที่ต้องการ เป็นการตอบสนองวัตถุประสงค์ของอาคารนั้น ๆ

ในการใช้สีเป็นสารเคลือบผิว จะต้องดำเนินการหลายขั้นตอน ขั้นแรกคือ สีรองพื้น จากนั้นก็เป็นสีชั้นล่าง และชั้นสุดท้ายจะเป็นสีทับหน้า ในบางกรณีอาจจะต้องเคลือบสารกันซึมก่อนทาสีรองพื้น เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด และการเลือกใช้สีต้องให้ตรงกับสภาพของวัตถุนั้น ๆ ด้วย เช่น การใช้สีสำหรับผนังปูน การใช้สีสำหรับส่วนประกอบที่เป็นไม้ หรือใช้สีสำหรับผิววัสดุที่เป็นเหล็ก ของให้เลือกใช้ทั้งเลือกทั้งสีรองพื้นและสีทาทับให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการรักษาผิวหน้าของวัสดุ อันจะช่วยให้อาคารต่าง ๆ มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวขึ้น

การดูแลรักษาอาคารสิ่งก่อสร้าง ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ชำรุดเสียหายก่อนเวลาอันควร ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เจ้าของบ้านหรือผู้เกี่ยวข้องจะต้องคำนึงถึง อาทิเช่น การรั่วซึมของอาคารทั้งทางหลังคาหรือทางพื้น ทางผนัง อันอาจจะนำมาถึงความเสียหายอื่น ๆ ที่จะตามมา เช่น การผุพังของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในบ้าน การชำรุดของระบบไฟฟ้า ประปา ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายได้ทั้งสิ้น สายไฟฟ้าที่ขาดการดูแลรักษา ฉนวนสายไฟอาจจะฉีกขาด อาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ก่อให้เกิดไฟไหม้ตามมา หรือท่อประปาใต้พื้นบ้านเกิดการชำรุดรั่วไหล น้ำที่ไหลซึมออกมาจะพาเอาทรายหรือวัสดุที่รองรับพื้นไหลไปด้วยทำให้พื้นอาคารเกิดทรุด อันจะทำให้ระบบท่อน้ำทิ้ง ท่อส้วม ใต้พื้นต้องชำรุดแตกหักตามมาอีก ผลเสียหายต้องเกิดตามมาอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาอาคาร สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทั้งของทางราชการหรือบ้านส่วนตัว จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารหรือที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอให้รีบดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุง ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามใหญ่โต จนเกินกว่าจะแก้ไขได้ แต่ประเด็นหลักในการดูแลรักษาอาคาร ซึ่งผู้เขียนคิดว่าควรคำนึงถึงก่อน คือ การดูแลเรื่องปลวก และการใช้สี เพื่อถนอมรักษาผิวนอกอาคารตามรายละเอียดที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้อง ขอให้รีบดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุง และดูแล จะได้เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ความสูญเสียต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น เป็นการประหยัดเงิน ประหยัดงบประมาณของทั้งตัวเอง และของประเทศชาติด้วย อันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติให้กลับคืนสู่สภาวะปกติต่อไป